Sep
28

เลือกเครื่องเสียงสำหรับดูหนังในบ้าน ต้องดูอะไรบ้าง ?

ฟรี คลังภาพถ่ายฟรี ของ กราฟิกดีไซน์, ขี้ขลาด, ความรุนแรง คลังภาพถ่าย

รู้หรือไม่! เครื่องเสียงสำหรับดูหนัง กับเครื่องเสียงสำหรับฟังเพลง ให้คุณภาพเสียงและอารมณ์ไม่เหมือนกันนะ เพราะฉะนั้นถ้าอยากดูหนังให้ได้อารมณ์จัดเต็ม ต้องเลือกเครื่องเสียงในบ้านให้ถูกจุดประสงค์ จะได้เติมเต็มอรรถรสสู่โสตประสาทการรับฟังรับชมความบันเทิงอย่างอิ่มเอมใจ

ก่อนอื่นต้องบอกว่า เครื่องเสียงในบ้าน มีหลายระดับราคาด้วยกัน เริ่มตั้งแต่หลักร้อย หลักพัน หลักหมื่น ไปจนถึงหลักแสนบาทขึ้นไป ซึ่งแต่ละราคามีฟังก์ชันที่แตกต่างกันไปอีกเช่นกัน แต่หลักๆ แล้วการเลือกเครื่องเสียงในบ้านต้องพิจารณาจาก 5 ปัจจัยด้วยกัน จะมีไรบ้างนั้น มาดูกันเลย!

  1. เลือกให้เหมาะกับลักษณะการใช้งาน

อย่างที่บอกว่าเครื่องเสียงที่ใช้ในการดูหนังกับฟังเพลง ต้องการคุณภาพเสียงที่แตกต่างกัน ดังนั้นในการเลือกเครื่องเสียงในบ้านอย่างแรกควรเลือกซื้อให้ถูกจุดประสงค์ก่อน จะได้รับอรรถรสการรับฟังอย่างถูกใจสูงสุด ไม่เพียงเท่านี้คุณภาพเสียงที่เหมาะกับสื่อบันเทิง ยังช่วยสร้างบรรยากาศที่ดีภายในบ้านได้อีกด้วย ดังนั้นก่อนเลือกซื้อเครื่องเสียงอย่าลืมไปหน้าร้านเพื่อทดลองฟังคุณภาพเสียงด้วยตัวเอง หรือหาอ่านรีวิวไปคร่าวๆ ก่อนว่าถ้าอยากซื้อเครื่องเสียงสำหรับดูหนังนั้นควรเลือกรุ่นไหนดี

  1. เลือกให้เหมาะกับขนาดบ้าน

การเลือกเครื่องเสียงในบ้านต้องบาลานซ์กับพื้นที่จัดวาง เพื่อการส่งเสียงที่มีคุณภาพมากที่สุด ยกตัวอย่างเช่น ถ้าหากคุณต้องการนำเครื่องเสียงไปใช้ร่วมกับโทรทัศน์ที่บ้าน ซึ่งต้องวางไว้บนโต๊ะหรือชั้นในห้องรับแขก ควรเลือกเครื่องเสียงขนาดกลาง เพื่อไม่ให้คุณภาพเสียงดังไปหรือเบาจนไป หรือในกรณีที่อยากนำไปตั้งไว้ในห้องนอน ไม่ได้ใช้งานเป็นกิจวัตรประจำวัน ก็สามารถเลือกเครื่องเสียงขนาดเล็กได้

  1. เลือกจากคุณภาพเสียงของลำโพง

ข้อนี้จำเป็นมากสำหรับใครที่เลือกซื้อเครื่องเสียงในบ้านเพื่อดูหนัง เพราะคุณภาพเสียงแทบจะเรียกได้ว่าเป็นสิ่งสำคัญที่สุดเลยก็ว่าได้ เพื่อเติมเต็มอรรถรสในการรับฟัง โดยการเลือกคุณภาพเสียงให้สังเกตจากคลื่นความถี่และกำลังวัตต์ ยิ่งกำลังวัตถ์สูงและคลื่นความถี่มีระยะกว้างมากเท่าไร จะสามารถส่งพลังเสียงที่ดีเยี่ยมมากขึ้นเท่านั้น และยังสามารถรองรับประเภทเสียงได้หลากหลายอีกด้วย

  1. เลือกจากการเชื่อมต่อของลำโพง

ถึงแม้ว่าจะเลือกซื้อเครื่องเสียงในบ้าน แต่ก็ควรเลือกเครื่องเสียงที่มีความสะดวกสบายไม่แพ้กับเครื่องเสียงที่สามารถพกติดตัวไปนอกบ้านได้ โดยเฉพาะในเรื่องการระบบการเชื่อมต่อของเครื่องเสียง เพราะในยุคนี้ไม่ได้มีเพียงแค่การเสียบปลั๊กเหมือนเก่าแล้ว แต่ยังมีระบบบลูทูธที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการเชื่อมสัญญาณ อีกทั้งยังช่วยให้บ้านดูสวยงาม ไร้ปลั๊กไฟรุงรังอีกด้วย

  1. เลือกของแท้มีคุณภาพ มีบริการหลังการขาย

ถ้าหากอยากลดความเสี่ยงที่ต้องซื้อเครื่องเสียงในบ้านชิ้นใหม่บ่อยๆ แนะนำให้ซื้อเครื่องเสียงของแท้จากแบรนด์ที่มีคุณภาพ เพราะของแท้และของเทียมมีคุณภาพที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ทั้งในเรื่องเสียง วัสดุ ความทนทาน และความปลอดภัย อีกทั้งควรมาพร้อมประกันหลังการขาย 1 ปีขึ้นไป เพื่อมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลอย่างอุ่นใจหากเกิดปัญหาจนกว่าจะครบสัญญาประกัน

  1. ดูงบประมาณในการซื้อ

เครื่องเสียงในบ้านที่ดี ไม่จำเป็นต้องมีราคาสูงเสมอไป แต่ควรเลือกเสียงที่เราถูกใจโดยเปรียบเทียบกับราคาที่เหมาะสม ข้อแนะนำสำหรับคนที่มีงบประมาณจำกัด ให้เล็งแบรนด์เครื่องเสียงในใจสัก 2-3 ยี่ห้อไว้ก่อน จากนั้นนำตัวเลือกทั้งหมดที่มีมาตัดสินใจอีกครั้ง ก็จะได้ชุดเสียงในงบประมาณที่จำกัดแล้ว

นอกจากนี้ หากคุณไม่มีความชำนาญในการเลือกซื้อเครื่องเสียงในบ้าน ควรปรึกษาวิธีเลือกกับผู้รู้หรือพนักงานขายอย่างละเอียดก่อนซื้อ และถ้าหากมีเวลาว่าง ควรไปทดสอบระบบเสียงที่หน้าร้านด้วยตัวเอง เพราะจะได้ทดลองฟังเปรียบเทียบกับเครื่องเสียงรุ่นอื่นๆ จนได้คุณภาพเสียงที่ถูกใจและเหมาะสมกับการใช้งานจริง

รูดซื้อเครื่องเสียงในบ้านได้ง่ายๆ แบบไม่ต้องจ่ายเงินสด หรือเงินก้อนใหญ่ในครั้งเดียว กับบริการ ‘บัตรเครดิต’ ที่แรบบิท แคร์ มีหลากหลายสถาบันการเงินที่พร้อมดูแลคุณ โดยคุณสามาถเข้ามาเลือกประเภทบัตรเครดิตที่เหมาะสมกับตัวเองได้ที่เว็บไซต์ https://rabbitcare.com